เนื่องจากรองฯโจ้ 
ได้ย้ายไปที่โรงเรียนกงไกรลาศวิทยา
จึงขอมอบBlog นี้ ให้  รองฯนคเรศต่อนะครับ
ส่วนใครต้องการพบผม เจอกันที่ blog
เมื่อวันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2554
 
ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุม  เรื่อง"โรงเรียนต้นแบบโทรทัศน์ครู  516 โรงเรียน"
เพื่อชี้แจงว่าโรงเรียนเมืองเชลียงได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 516 โรงเรียนเพื่อเป็นโรงเรียนต้นแบบ
โทรทัศน์ครู
ทำให้เข้าใจถึงความตั้งใจของทีมงานโทรทัศน์ครูที่ต้องการให้ครูทุกคนเข้าไปเรียนรู้เพื่อพัฒนา
ตนเองในช่องทางโทรทัศน์ครูเป็นอย่างมาก    จึงขอชื่นชมทีมงานโทรทัศน์ครูมา ณที่นี้
 
ผมจะขอสรุปสิ่งที่ครูเมืองเชลียงทุกคนต้องทำคือ  อันดับแรกต้องสมัครเป็นสมาชิกทุกคนนะครับ
แล้วค่อยพัฒนาจากสมาชิกทั่วไป เป็น สมาชิกเครือข่าย เป็นสมาชิกคุณภาพ
และเป็นสมาชิกต้นแบบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
 
ภารกิจโรงเรียนในโครงการโรงเรียนต้นแบบ
1. โรงเรียนในโครงการเครือข่ายโทรทัศน์ครูทำการสมัครสมาชิกทั้งโรงเรียน
ผู้อำนวยการและครู เป็นสมาชิกโทรทัศน์ครูทั้งโรงเรียน
     วิธีการ :     สมัครผ่านทางเว็บไซต์
             www. thaiteachers.tv/register2.php
                  Username  :  group41
                  Password  :  s1234
เมื่อสมัครแล้วท่านจะได้เป็นสมาชิกทั่วไป
2. สมาชิกเครือข่าย
        วิธีการเลื่อนจากสามาชิกทั่วไปเป็นสมาชิกเครือข่าย
โรงเรียนจัดการบริหารให้มีการรับชม แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ทำได้ 2 วิธี คือ
            -   บันทึกการรับชม (ตามแบบฟอร์ม)
            -   ชมรายการผ่านเว็บไซต์
    เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณได้ดู "โทรทัศน์ครู"  ด้วยการเลือกตอนที่คุณสนใจ        
ชมจนจบ (15 นาทีเท่านั้น) แสดงความคิดเห็นจำนวน 400 ตัวอักษรขึ้นไป (รวมพยัญชนะ สระ
วรรณยุกต์ ประมาณ 2-3 บรรทัด)   
สิทธิประโยชน์
ได้รับดีวีดีสำหรับสมาชิกทั่วไป ทุก 2 เดือน
ได้รับของที่ระลึกจากโทรทัศน์ครู ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงของที่ระลึกทุกเดือน
 "ถุงผ้าโทรทัศน์ครู"
สิทธิ์ในการสมัครเข้าอบรมเชิงปฏิบัติการในงาน Educa ก่อน
(ในปี 2554 จัดขึ้นในวันที่ 12-14 ตุลาคม 2554)
หากคุณแสดงความคิดเห็นจำนวน 5 ตอน และ 10 ตอนขึ้นไป โทรทัศน์ครูจะจัดส่ง       
ของที่ระลึกให้คุณตามความเหมาะสม
 (ระบบจะบันทึกข้อมูลจำนวนครั้งของ การแสดงความคิดเห็นของคุณทุกครั้ง)

3. สมาชิกคุณภาพ
วิธีการเลื่อนจากสมาชิกเครือข่ายเป็นสมาชิกคุณภาพ 
ส่งบทความ หัวข้อ "เมื่อโทรทัศน์ครูสู่ห้องเรียนคุณภาพ"
        โดยต้องระบุตอนที่เป็นแรงบันดาลใจในการนำไปใช้หรือประยุกต์ใช้
จำนวนอย่างน้อย 1 ตอน (กี่ตอนก็ได้) และต้องแสดงให้เห็นว่าได้มีการนำไปใช้ใน
การสอนในห้องเรียนของคุณแล้ว อาจแสดงด้วยภาพประกอบหรือบันทึกของนักเรียน
บทความความยาว 1 หน้ากระดาษโดยใช้ตัวอักษรขนาด 16
สิทธิประโยชน์
    1. ได้รับดีวีดีสำหรับสมาชิกทั่วไป ทุก 2 เดือน
    2. ได้รับดีวีดีเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้และระดับชั้นที่ท่านต้องการ
        เมื่อมีการผลิตดีวีดีชุดนั้นๆ
    3. ได้รับของที่ระลึกจากโทรทัศน์ครู  ซึ่งผู้ที่ได้เป็นสมาชิกคุณภาพในเดือน
        กรกฏาคม 2554 จะได้รับ "เสื้อโปโลโทรทัศน์ครู"
    4. ได้รับ "เกียรติบัตร ในฐานะสมาชิกคุณภาพ"
สิทธิประโยชน์
     5. สิทธิ์ในการประกวด "บทความดีเด่น"
        ประจำเดือน เพื่อรับรางวัลจากโทรทัศน์ครู ซึ่งตัดสินโดยคณะกรรมการ
        ผู้เชี่ยวชาญ ประกาศผลภายในสัปดาห์ที่สองของเดือน
        มีรางวัล 10 รางวัล


   
     
รางวัลสำหรับบทความดีเด่น โทรศัพท์มือถือ NOKIA C5 จำนวน 10 รางวัล

4. สมาชิกต้นแบบ
วิธีการเลื่อนเป็น "สมาชิกต้นแบบ"
    แสดงให้เห็นว่าคุณ "เป็นครูผู้พร้อมจะแบ่งปัน" ด้วยอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 ประการนี้
         
        1. ส่งคลิปแบบปฏิบัติการสอนที่ดี (Good practice)
        2. ส่งรายงานการเผยแพร่โทรทัศน์ครูสู่เพื่อนครู
           ในโรงเรียนเดียวกันหรือต่างโรงเรียน
สิทธิประโยชน์
       สิทธิ์ในการประกวด "คลิปแบบปฏิบัติการสอนดีเด่น" ประจำเดือน
       เพื่อรับรางวัลจากโทรทัศน์ครู ซึ่งตัดสินโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
        ประกาศผลทุกวันที่ 1 ของเดือน มีรางวัลรวมจำนวน 5 รางวัล ได้แก่       
คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก Toshiba Satellite C640-1033 UT
 
อยากให้ทุกคนสมัคร ด่วนเลยนะครับ

edit @ 31 Aug 2011 08:11:15 by รองสารัตน์ KM

  เมื่อวันที่  27 ก.ค. 54 มีโอกาสได้เข้าร่วมประชุม RoadMap  อยากบอกเล่า  ถึงเรื่องจุดเน้นคุณภาพผู้เรียน  RoadMap
 
จุดเน้นเราแบ่งเป็น 2 ด้าน ด้านที่ 1 คือด้านความสามารถและทักษะ  ด้านที่ 2 คุณลักษณะ
 
ม.1-3  จุดเน้นด้านความสามารถและทักษะ เน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเองใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย
 
       จุดเน้นด้านคุณลักษณะ คือ อยู่อย่างพอเพียง
 
ม. 4 - 6 จุดเน้นด้านความสามารถและทักษะ เน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหาใช้เทคโนโลยีเืพื่อการการเรียนรู้ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิตทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย
      จุดเน้นด้านคุณลักษณะ คือ มุ่งมันในการศึกษาและการทำงาน
 
              เมื่อผมได้พิจารณาด้านคุณลักษณะแล้วจะเห็นว่า ม.ต้นเน้นอยู่อย่างพอเพียง และ ม.ปลาย เน้นมุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคุณลักษณะตามหลักสูตรอยู่แล้ว ซึ่งตามหลักสูตร มีคุณลักษณะ  8 คุณลักษณะ คือ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย  4) ใฝ่เรียนรู้  5) อยู่อย่างพอเพียง  6) มุ่งมั่นในการทำงาน  7) รักความเป็นไทย  8) มีจิตสาธารณะ  ซึ่งหมายความว่าเราต้องจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทั้ง 8 คุณลักษณะแต่เน้นผู้เรียน แตกต่างกันไปตามม.ต้นหรือ ม.ปลาย คือ ทุกวันนี้ เรา ทำกันหรือยัง ถ้ายังไม่ทำ มันจึงมีคำถามว่า แล้ว เราจะมาตั้งคำถามว่า ทำไมนักเรียนคนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี ส่วนหนึ่งนั้นน่าจะมาจากใคร เพราะนักเรียนอยู่กับเรา 8 ชั่วโมงนะครับ
           ส่วนจุดเน้นด้านความสามารถจะเห็นได้ว่า เน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ โดยใช้เทคโนโลยี มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร  ม.ต้น และ ม.ปลายต่างที่ ม.ปลายใช้ภาษาต่างประเทศ คือ ภาษาอังกฤษ
 
            ถ้าพูดถึงภาษาอังกฤษแล้ว เป็นเรื่องสำคัญมานาน แล้วที่เราต้องยอมรับกันว่าในระดับภูมิภาคอย่างเรายังทำไม่สำเร็จ  คือ ครูเห็นความสำคัญ  เด็นเห็นความสำคัญ ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ แต่ทำไม่ได้   แต่เมื่อ เรามองภาพ ปี 2558 ที่เราเปิดประตูสู่อาเซียน แล้ว  เรามองภาพอนาคตเห็นการหลั่งไหลของคนในประเทศใกล้เคียงสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเข้ามาในเมืองไทยแล้ว  อาจจะเป็นกระจกสะท้อนการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทยได้ชัดเจนมากขึ้น
 
          ในความคิดของผม การจัดการเรียนการสอนของภาษาอังกฤษเรามาผิดทาง  ผิดทางแบบ เห็นทางกลับได้ แต่ ก็ไม่มีใคร กลับ ตั้งแต่ระดับนโยบาย ลงมาถึง ระดับปฏิบัติ   นอกจากจะไม่เดินกลับแล้วยังพัฒนาทางที่มาผิดให้ดีขึ้น  จาก ทางลูกรัง มาเป็นลาดยาง 2 เลน เป็นถนน 4 เลน บางแห่งพัฒนาทางไปจนถึงทางด่วนพิเศษอีกด้วย  
 
          เพราะฉะนั้นหากเราไม่ปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนแบบที่เรียกว่าไม่สนเรื่องทางถนน คงต้องไปทางเครื่องบิน รถไฟ หรือ ทางน้ำบ้าง  คงจะพัฒนาภาษาต่างประเทศของการสอนในระดับมัธยมศึกษาได้ดีกว่านี้
 
      จากประสบการณ์การสังเกต ผมเห็นควรว่า การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ควรเริ่มในระดับที่เด็กไทยเราพูดไทยชัดแล้ว  คือน่าจะ ป.4 ขึ้นไป   การสอนควรสอน Conversation หรือสนทนาโดยไม่คำนึงถึง การเขียนหรืออ่านเลย ได้รับการสอนจากเจ้าของภาษาเลย เพราะ อนาคตเปิดประตูสู่อาเซียนแล้ว เราจะมีการทำใบประกอบวิชาชีพครูอาเซียน จึงทำให้ครูต่างชาติมาทำงานในไทยมากขึ้น นั่นคือเราหาครูต่างชาติง่ายขึ้น    พอเข้า ม. 3  ขึ้นไป ถึงฝึก อ่าน-เขียน
 เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ   เพราะจากการสังเกตคนไทยที่บางคนไม่จบ ป.6 ด้วยซ้ำ ไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษเลยแต่สามารรถพูดคุยกับฟรั่งรู้เรื่อง (แต่อ่านเขียนไม่ได้นะครับ) น่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะมุ่งไปสู่การสื่อสารภาษาอังกฤษแบบเครื่องบิน รถไฟ หรือเรือเร็วที่ผมเปรียบเทียบข้างต้น
 
    ก็วิจารณ์กันไปนะครับ(อาจใช้ภาษาไม่ถูกต้องต้องกราบขออภัยด้วยครับ)  ใครอยากแลกเปลี่ยนก็ Comment มานะครับ
 
 
 

edit @ 2 Aug 2011 16:29:38 by รองสารัตน์ KM

edit @ 2 Aug 2011 16:36:02 by รองสารัตน์ KM

edit @ 2 Aug 2011 16:44:45 by รองสารัตน์ KM

edit @ 2 Aug 2011 16:45:31 by รองสารัตน์ KM

edit @ 2 Aug 2011 16:48:32 by รองสารัตน์ KM

ถ้าสมศ. มาประเมิน  ปีนี้ เราวิเคราะห์มาตรฐานเดียว คือ มาตรฐานที่ 5 เราก็น่าจะพอมองออก  

เพราะเกณฑ์ใหม่  ถ้าปรับปรุงมาตรฐานเดียวก็   ไม่ผ่าน

การคำนวณมาตรฐานที่ 5  จะคำนวณ  O- net เปรียบเทียบ 2 ปีการศึกษาย้อนหลัง  ถ้าสมมติ

โรงเรียนเมืองเชลียง

ประเมินรอบ 3  ในปีการศึกษา 2554  ต้องใช้ผล O-net  ปี 2552 เปรียบเทียบ กับ ปี 2553

ผลเป็นดังนี้

   รวมคะแนน ผลสัมฤทธิ์ได้  5.75  คะแนนพัฒนาการ  0.75  รวมเป็น  6.5 คะแนน  

ตามเกณฑ์ต้องได้ 8 เพราะฉะนั้นโรงเรียนเมืองเชลียงไม่ผ่านนะครับ ได้ 6.5  จากเกณฑ์ 8

คะแนนผลสัมฤทธิ์ ได้มาจากการคำนวณจำนวณนักเรียนที่ได้คะแนนมากกว่าขีดจำกัดล่าง

อธิบายง่าย ๆ คือ ถ้าจำนวนนักเรียน เรา มี 300 คน ถ้าได้คะแนนมากกว่า ขีดจำกัดล่าง 

มากกว่า 150 คน ก็มีแนวโน้มได้คะแนนผลสัมฤทธิ์ก็มาก  ขีดจำกัดล่างได้มาจากการคำนวณ

ค่าเฉลี่ยระดับประเทศ    มีคะแนนเต็มกลุ่มสาระ ละ 2 คะแนน 8 กลุ่มสาระเต็ม 16  คะแนน

 

คะแนนพัฒนาการ  ได้มาจากการเปรียบเทียบ คะแนน O-net ปี 2552 กับ 2553 

ถ้ากลุ่มสาระไหนมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจะได้คะแนนเต็ม 0.5  ถ้าคะแนนเท่าเดิม  0.25  ถ้าลดลง

ได้ 0 คะแนน

 

รายละเอียด

 

edit @ 4 Jul 2011 13:39:08 by รองสารัตน์ KM

 
การอบรมพัฒนาหลักสูตรและงานวิจัยในชั้นเรียน
 
17 -18 มีนาคม 2554  ณ บ้านสวนวังนกแอ่นรีสอร์ท  อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
 
 
     การพัฒนาหลักสูตรของโรงเรียนเมืองเชลียงในครั้งนี้มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
จะได้ผลผลิตคือ โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตรสถานศึกษา ปี 2554
ตามหลักสูตรแกนกลาง 2551    โดยให้คำนึงผลผลิตของการจัดการศึกษาของ
โรงเรียนเป็นหลัก  นั้นคือผู้เรียน นั้นเอง  โดยมีแนวคิดถึง ผลผลิต คือ ผู้เรียนว่า
หลังจากผ่านการเรียนการสอน  ทั้ง 3 ปี  ตามหลักสูตรแล้ว
ผู้เรียนจะต้องเกิดการเรียนรู้ด้านใดบ้าง  โดยไม่
ใช้ครูผู้สอนเป็นที่ตั้งในการวางแนวคิด (เช่น จำนวนครู   วิชาเอกครู   ครูถนัดสอนอะไร 
ครูทำวิทยฐานะอะไร  )  และใช้  เกณฑ์ สมศ.   นโยบาย สพฐ   
มาตรฐานการจัดการเรียนรู้     ผลการประเมิน สมศ.รอบ 1 และ 2 
การศึกษาต่อของนักเรียน  ความต้องการของท้องถิ่น    ผลการประเมินของ Pisa
เป็นกรอบในการปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียนเมืองเชลียง 
ซึ่งก่อนถึงวันที่ 17 - 18 มีนาคม 2554 เราได้เริ่มปรับปรุงกับทีมงาน
หลักสูตรมาแล้ว  3  ครั้ง   ผลการจัดกิจกรรมพัฒนาหลักสูตรจากการสอบ
ถามครูร่วมกิจกรรมเป็นดังนี้
 
 
งานวิจัยในชั้นเรียนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้เชิญวิทยากร คือ ดร.ลาวัณย์  ถาพันถุ์  
มาเป็นวิทยากรเขียนโครงร่างงานวิจัย  เพื่อได้ชิ้นงาน คือ โครงร่างงานวิจัย ของครูทุกคน
 
    ผลการประเมินจากการทำกิจกรรมด้วยการสังเกตและสอบถามด้วยตัวผมเอง แล้ว
ผมเห็นความตั้งใจของครูทุกคนเกิดขึ้นในกิจกรรมนี้ และเห็นการมีส่วนร่วมของครูทุกคนใ
นการพัฒนาหลักสูตร  ซึ่งเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่ผมอยากให้เกิด และไำด้เกิดแล้วในกิจกรรมนี้ 
เพราะครูต้องมีส่วรร่วมตั้งแต่เริมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมประเมินผล และร่วมปรับปรุง
พัฒนาหลักสูตร จึงจะครบประบวนการ  ดังนั้น ผมจึงขอขอบคุณครูทุกท่าน  ที่ตั้งใจ
และ ทำตัวน่ารักทุกท่าน
 

edit @ 24 Mar 2011 09:42:54 by รองสารัตน์ KM

edit @ 24 Mar 2011 09:45:12 by รองสารัตน์ KM